คุณสมบัติ
โครงสร้างสายพานแบบบาง ช่วยให้สามารถใช้งานร่วมกับพูลเลย์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กได้
ระบบขับแบบ Serpentine ช่วยให้สามารถออกแบบระบบส่งกำลังที่มีขนาดกะทัดรัดได้
มีวัสดุยาง (Compound) และสเปคให้เลือกหลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะการใช้งานต่าง ๆ
องค์ประกอบ

การแสดงเครื่องหมายบนผลิตภัณฑ์
△PK
・△=จำนวนซี่โครง
・○○○○=ความยาว
RIB ACE™ สำหรับตลาดอะไหล่ทดแทน (Aftermarket)
สายพานสำหรับตลาดอะไหล่ทดแทน (Aftermarket) ใช้ยาง EPDM แทนยาง CR แบบดั้งเดิม
คุณสมบัติ
① เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เราใช้ยาง EPDM ซึ่งปล่อยก๊าซพิษน้อยที่สุดในระหว่างการเผาไหม้
②ช่วงอุณหภูมิการใช้งาน
การใช้ยาง EPDM ช่วยให้สามารถใช้งานได้ในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง ตั้งแต่ -60°C ถึง 140°C
③ดีไซน์น้ำหนักเบา/บางที่สุด
มีน้ำหนักเบาและบางกว่ายาง CR ทำให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น
④ความต้านทานต่อเสียงรบกวนที่เพิ่มขึ้น
ยางผสมชนิดพิเศษช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลดเสียงรบกวนในสภาวะเปียกชื้น (ฝน/ความชื้นสูง)
เกณฑ์การเปลี่ยนสายพาน
เราแนะนำให้เปลี่ยนสายพานทุกๆ 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร
เกณฑ์ในการเปลี่ยนสายพานจะพิจารณาจาก "การสึกหรอ" หรือ "รอยแตก"
ในกรณีการสึกหรอ ควรเปลี่ยนสายพานเมื่อร่องริบ (Rib) มีการสึกจนแคบลง และเกิดการสึกจนเกือบถึงชั้นเส้นใยรับแรง (Cord) ของสายพาน สำหรับกรณีการแตกร้าว ควรทำการเปลี่ยนสายพานเมื่อรอยแตกร้าวมีความลึกเกินครึ่งหนึ่งของความสูงริบ หรือเมื่อจำนวนรอยแตกร้าวมีมากกว่าจำนวนริบของสายพาน
ปัจจุบัน ยาง EPDM ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายนั้นทนความร้อนและแตกยาก ดังนั้นการสึกหรอจึงควรเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณาเปลี่ยนยาง
![]() |
![]() |
สินค้าแนะนำ
สินค้าที่ดูบ่อยที่เกี่ยวข้องกับหน้านี้


